More

    เปิดที่ตั้งวังสาเกอุดร

    การจัดสร้างวังตรอกสาเก นอกจากจะเป็นการรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานีแล้ว ยังมีเป้าหมายเพื่อพลิกฟื้นย่านเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รวมถึงพัฒนาให้บริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์สำหรับกิจกรรมของประชาชนใช้พื้นที่ราชพัสดุ แปลง อด.1936 ขนาด 6 ไร่ ซึ่งอยู่ในความครอบครองของแขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 เดิมเคยเป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่ แต่ปัจจุบันไม่มีผู้อยู่อาศัย เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดสร้างวังตรอกสาเกในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี
    ล่าสุด จังหวัดอุดรธานี ได้รับการเห็นชอบจากกรมทางหลวงให้ใช้พื้นที่ราชพัสดุ ขนาด 2 ไร่ 0 งาน 32 ตารางวา จากพื้นที่จำนวน 6 ไร่ สำหรับดำเนินโครงการอนุรักษ์วังตรอกสาเกในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    อุดรเดินหน้าก่อสร้างวังกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม (วังตรอกสาเก)
    จังหวัดอุดรธานี เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมวังตรอกสาเก ที่ประทับสุดท้ายของพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมือง หลังนำกลับมาสร้างใหม่ที่อุดรธานี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณผู้ก่อตั้งเมือง สืบสานประวัติศาสตร์และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ หวังเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
    นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมเพื่อขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์สถาปัตยกรรม “วังตรอกสาเก ” วังที่ประทับของพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม หรือกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมือง โดยมีนายอำนาจ ผการัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, นางฉายา ตยางคนนท์,นายวีระวัฒน์ ไวทยานุวัตต์ รองประธานมูลนิธิกรมหลวงประจักษ์ , นายกอบเกียรติ กาญจนะ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เลขานุการมูลนิธิกรมหลวงประจักษ์ และไวยาวัจกรวัดป่าบ้านตาด , นายโอฬาร ตรังคานุกูลกิจ ตัวแทนเครือศรีไทยใหม่ , ธนารักษ์จังหวัดอุดรธานี,ผู้แทนโยธาธิการและผังเมืองอุดรธานี , นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุดรธานี และคณะทำงาน ร่วมประชุมที่ห้องประชุมคำชะโนด ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี
                                 
    ตามที่นายโอฬาร ตรังคานุกูลกิจ ตัวแทนเครือศรีไทยใหม่ ได้ปรึกษานายอำนาจ ผการัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และนายกอบเกียรติ กาญจนะ อดีตรองจังหวัดอุดรธานี รื้อย้าย“ตำหนักวังตรอกสาเก” ที่ประทับสุดท้ายของพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เพื่อนำกลับมาเพื่อสร้างใหม่ที่จังหวัดอุดรธานี ด้วยความกตัญญูต่อกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ที่ชาวอุดรธานีเปรียบท่านเป็น “พ่อ” โดยมอบหมายให้นายปัญญา บุญประถม สถาปนิกอิสระ ผู้ควบคุมการรื้อย้ายอาคารไม้สักทอง ขนาดปานกลางกว้าง 15 เมตร ยาว 25 เมตร หรือ ราว 375 ตร.เมตร โดยติดต่อสื่อสารกับท่านพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี (เหลนกรมหลวงประจักษ์) ซึ่งการก่อสร้างเป็นเทคนิคการประกอบของสมัย ตอม่อมีลักษณะเสียบไว้ไม่มีตะปู อาคารหลังนี้มีความสวยงามทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ในการประชุมโครงการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมวังตรอกสาเก เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ได้เสนอใช้พื้นที่ราชพัสดุ แปลง อด.1936 ขนาด 6 ไร่ ซึ่งอยู่ในความครอบครองของแขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 ที่เดิมเคยเป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่ แต่ปัจจุบันไม่มีผู้อยู่อาศัย เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดสร้างวังตรอกสาเกในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี
                                     
    ล่าสุด จังหวัดอุดรธานี ได้รับการเห็นชอบจากกรมทางหลวงให้ใช้พื้นที่ราชพัสดุ ขนาด 2 ไร่ 0 งาน 32 ตารางวา สำหรับดำเนินโครงการอนุรักษ์วังตรอกสาเกในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวันนี้ผู้ว่าราการจังหวัดอุดรธานี จึงเชิญคณะกรรมการมูลนิธิกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเพื่อหารือเพื่อหาแนวทางการจัดเตรียมพื้นที่เพื่อดำเนินโครงการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมวังตรอกสาเก ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมพระเกียรติ
    การจัดสร้างวังตรอกสาเก นอกจากจะเป็นการรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานีแล้ว ยังมีเป้าหมายเพื่อ

     

    ข่าวล่าสุด

    spot_img

    ช่าวน่าสนใจ

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    ยอมรับทั้งหมด
    จัดการความเป็นส่วนตัว
    • เปิดใช้งานตลอด

    บันทึกการตั้งค่า