More

    วิกฤตสองเด้ง ขยะพอกพูน โรงไฟฟ้าสะดุด

    วิกฤตสองเด้ง ขยะพอกพูน โรงไฟฟ้าสะดุด
    อุดรธานี กำลังเผชิญกับปัญหาเชิงซ้อนสองด้าน ที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ นั่นคือความล้มเหลวของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่ถูกคาดหวังให้เป็นทางออกในระยะยาว และวิกฤตขยะล้นเมืองที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่สร้างความเดือดร้อนในปัจจุบัน โครงการที่ถูกผลักดันมานานเกือบ 10 ปี โดยหวังว่าจะช่วยลดปริมาณขยะสะสมกว่า 1 ล้านตัน และแก้ปัญหาการขาดแคลนพื้นที่ฝังกลบ กำลังเผชิญกับทางตันทั้งในแง่ของกฎระเบียบ และข้อพิพาททางกฎหมาย ในขณะเดียวกัน ปัญหาขยะที่ตกค้างในชุมชนก็ยังคงเป็นภาพสะท้อนของการบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ
    จากความคาดหวังสู่ข้อพิพาทและข้อขัดแย้ง
    เส้นทางของโครงการโรงไฟฟ้าขยะในอุดรธานี เต็มไปด้วยอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถก้าวไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้
    ข้อพิพาทกับภาครัฐ : โครงการของเทศบาลนครอุดรธานีมีกำหนดจะแล้วเสร็จและจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ในปี 2564 แต่ประสบปัญหาความล่าช้าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แม้ว่าโครงการจะสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กลับไม่ขยายเวลาสัญญาการขายไฟฟ้า (PPA) ให้ โดยให้เหตุผลว่าความล่าช้าดังกล่าวไม่ใช่ “เหตุสุดวิสัย” ตามกรอบมติปี 2560 การตีความที่แข็งกร้าวนี้ได้นำไปสู่ การที่บริษัทคู่สัญญาต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ซึ่งคดียังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา
    ส่วนโครงการในอำเภอเพ็ญ ก็เผชิญกับการคัดค้านจากประชาชนอย่างรุนแรง โดยประชาชนได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อศูนย์ดำรงธรรม และอ้างว่ากระบวนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นขาดความโปร่งใสและไม่ได้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ปัญหาความขัดแย้งนี้รุนแรง จนผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทผู้ดำเนินโครงการเพื่อรับฟังคำชี้แจง
    ความซับซ้อนของปัญหาในอุดรธานีไม่ได้มาจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นผลจากความเชื่อมโยงของปัญหาในหลายระดับ ตั้งแต่เชิงนโยบาย กฎหมาย ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานและประชาชน
    ความไม่ยืดหยุ่นของนโยบายภาครัฐ: การหยุดชะงักของโครงการโรงไฟฟ้าขยะของเทศบาลนครอุดรธานี (กรณีไทยซูริก) เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความไม่ยืดหยุ่นทางนโยบาย การที่ กกพ. ปฏิเสธการขยายเวลาสัญญา PPA โดยไม่ถือว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เป็นเหตุสุดวิสัย เป็นการตีความกรอบกฎหมายที่แข็งกร้าวเกินไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่นอกเหนือการควบคุมของผู้พัฒนาโครงการ การกระทำนี้ไม่เพียงแต่สร้างภาระทางกฎหมายให้แก่ภาคเอกชนที่ลงทุนไปแล้ว แต่ยังส่งสัญญาณเชิงลบต่อการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในความมั่นคงของนโยบายพลังงานในประเทศ การที่ผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ ต้องเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยและเสนอให้มีการยื่นขอใหม่ในราคาที่ถูกลง สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐเองก็ตระหนักว่าปัญหามีความซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ไขได้ด้วยกฎระเบียบที่ตายตัว
    ความล้มเหลวในการสร้างความเชื่อมั่นและการมีส่วนร่วมของชุมชน ข้อพิพาทกับชาวบ้านในอำเภอเพ็ญไม่ใช่เพียงแค่การต่อต้านจากคนในพื้นที่ แต่เป็นผลพวงจากความล้มเหลวในการสร้างกระบวนการที่มีส่วนร่วมและโปร่งใส ชาวบ้านไม่ได้คัดค้านแค่เพราะกังวลเรื่องมลพิษเท่านั้น แต่พวกเขากังวลเรื่อง “กระบวนการ” พวกเขาอ้างว่าการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นไม่โปร่งใสและขาดการให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ความกังวลนี้มีเหตุผล เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าขยะในหลายพื้นที่ของประเทศไทยก็ประสบความล้มเหลวจากข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสเช่นกัน การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเข้ามาประชุมรับฟังคำชี้แจงจากบริษัท และมีการเสนอให้นำชาวบ้านไปดูงานในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ บ่งชี้ว่าหน่วยงานรัฐเองก็ตระหนักดีว่าปัญหาหลักคือ “การขาดความเชื่อมั่น” ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน
    การขาดความเชื่อมโยงเชิงระบบ: ปัญหาโรงไฟฟ้าขยะกับปัญหาขยะล้นเมืองที่ดูเหมือนจะแยกออกจากกัน มีรากฐานมาจากความล้มเหลวเดียวกันในการบริหารจัดการระดับนโยบาย ปัญหาขยะล้นเมืองเกิดจากความล่าช้าทางธุรการในการเปลี่ยนผ่านสัญญาว่าจ้าง (ระเบียบพัสดุใหม่) ในขณะที่ปัญหาโรงไฟฟ้าขยะเกิดจากความไม่ยืดหยุ่นทางธุรการในการตีความกฎหมาย PPA ทั้งสองสถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการขาดการประสานงานและความไม่พร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของระบบราชการและระเบียบข้อบังคับ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานในระดับท้องถิ่นและชีวิตประจำวันของประชาชน นี่คือปัญหาเชิงระบบที่ใหญ่กว่าตัวโครงการแต่ละโครงการ
    ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อก้าวต่อไปของอุดรธานี
    ปัญหาของอุดรธานีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความล้มเหลวในการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ ไม่ใช่แค่ความล้มเหลวของโครงการใดโครงการหนึ่ง หากทุกฝ่ายสามารถเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมาและร่วมมือกันในรูปแบบที่ถูกต้องตาม “ระยองโมเดล” แล้ว โรงไฟฟ้าพลังงานขยะในอุดรธานีอาจไม่ใช่แค่โครงการที่รอการแก้ไข แต่เป็นส่วนสำคัญในการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสและสร้างเมืองที่น่าอยู่ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
    ข้อเสนอแนะสำหรับทุกภาคส่วน
    ภาครัฐ (จังหวัดและท้องถิ่น):
    ต้องแก้ไขปัญหาเชิงระบบที่ขัดขวางการดำเนินงาน เช่น การตีความกฎหมายหรือระเบียบพัสดุที่ขาดความยืดหยุ่น และสร้างกรอบความร่วมมือที่ชัดเจนและเป็นธรรมกับภาคเอกชน
    เปิดเผยข้อมูลและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับภาคประชาชนก่อนการเริ่มโครงการใดๆ
    ภาคเอกชน:
    ควรนำเสนอโมเดลที่ครอบคลุมการจัดการขยะทั้งระบบ ไม่ใช่แค่การผลิตไฟฟ้า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและแสดงความรับผิดชอบต่อชุมชน ให้ความสำคัญกับการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนอย่างแท้จริงตั้งแต่เริ่มต้น
    ภาคประชาชน:
    ส่งเสริมการคัดแยกขยะจากต้นทางเพื่อลดภาระของระบบปลายทาง
    รวมกลุ่มเป็นภาคีเครือข่ายในการติดตามและตรวจสอบโครงการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและยั่งยืน

    ข่าวล่าสุด

    spot_img

    ช่าวน่าสนใจ

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    ยอมรับทั้งหมด
    จัดการความเป็นส่วนตัว
    • เปิดใช้งานตลอด

    บันทึกการตั้งค่า