ยิ่งใหญ่ งานรำบวงสรวงกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม 133 ปี วันก่อตั้งเมืองอุดรธานี 18 มกราคม
เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ณ บริเวณห้าแยกกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี เทศบาลนครอุดรธานี และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี จัดงานรำบวงสรวงกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี ครบ133 ปีเมืองอุดรธานี
นับตั้งแต่การรำบวงสรวงเริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 2514 พลังศรัทธาของชาวอุดรธานีได้ทำให้กิจกรรมนี้เติบโตจนกลายเป็นสถิติโลกของการรำไทยที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด และยังคงสืบสานประเพณีอันงดงามนี้อย่างต่อเนื่องจนยกระดับเป็นงานเทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานี
รำบวงสรวงเมื่อคราวพิธีเปิดอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม บริเวณสนามทุ่งศรีเมือง ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2514 ต่อมา พ.ศ. 2521 ได้มีการย้ายอนุสาวรีย์มายังบริเวณห้าแยกกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมจนถึงปัจจุบัน
จากอดีตถึงปัจจุบัน ของจังหวัดอุดรธานี
อดีตเมืองศูนย์กลางหัวเมืองลาว “ฝ่ายเหนือ” ของสยามครั้งสมัยรัชกาลที่ 5
เมืองอุดรถือกำเนิดในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่เดิมบริเวณที่ปัจจุบันคือตัวเมืองเป็นเพียงชุมชนชื่อ “หมากแข้ง” หรือ บ้านเดื่อหมากแข้ง อยู่ในสังกัดเมืองหนองคาย มณฑลลาวพวน ผู้มีบทบาทสำคัญต่อสร้างเมืองอุดรฯ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4
เมื่อ พ.ศ. 2428 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เสด็จยกทัพไปปราบพวกฮ่อร่วมกับเจ้าหมื่นไวยวรนารถ (เจิม แสงชูโต) คราวนั้นกรมหลวงประจักษ์ฯ ได้ผ่านเมืองหนองคายไปปราบฮ่อที่เมืองพวนในลาว
ศึกปราบฮ่อดำเนินไปท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสยามกับฝรั่งเศส กรณีหัวเมืองลาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง (ประเทศลาวในปัจจุบัน) ที่ขณะนั้นยังขึ้นต่อสยาม รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้กรมหลวงประจักษ์ฯ เป็นข้าหลวงประจำอยู่หัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ อันมีเมืองสำคัญคือ เวียงจันทน์ หนองคาย ฯลฯ
กระทั่งเกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ฝรั่งเศสพรากดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงไปจากสยามได้สำเร็จ หนึ่งในข้อตกลงที่ฝรั่งเศสกำหนดคือ ห้ามมีด่านหรือค่ายในระยะ 25 กิโลเมตร บนฝั่งขวาฟากตะวันตกของแม่น้ำโขง (ฝั่งภาคอีสาน)
พ.ศ. 2436 กองบัญชาการของกรมหลวงประจักษ์ฯ จึงถอนกำลังจากเมืองหนองคายลงใต้ แล้วได้ “บ้านเดื่อหมากแข้ง” เป็นที่ตั้งใหม่ เพราะนอกจากจะอยู่นอกรัศมี 25 กิโลเมตรแล้ว บ้านเดื่อหมากแข้งยังอยู่ระหว่างเมืองสำคัญอย่างหนองคาย ขอนแก่น หนองหาน กุมภวาปี และกมุทธาไสย (หนองบัวลำภู) ด้วย
กองบัญชาการของกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมที่บ้านเดื่อหมากแข้งนี่เอง คือต้นกำเนิดเมืองอุดรธานี
รูปแบบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลสมัยรัชกาลที่ 5 “มณฑลลาวพวน” ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเลย ขอนแก่น สกลนคร หนองคาย นครพนม รวมถึงอุดรธานี ได้กลายเป็นหัวเมืองลาว “ฝ่ายเหนือ” ที่ยังเหลืออยู่ หลังเสียเวียงจันทน์และฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงไปแล้ว จึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็น “มณฑลฝ่ายเหนือ” ใน พ.ศ. 2442
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำบาลีให้มีระดับทางภาษาเป็น “มณฑลอุดร” ใน พ.ศ. 2443 เรียกว่าลดความเป็นลาวเพิ่มความเป็นไทย (ด้วยการใช้ภาษาบาลี)
ต่อมาเมื่อมีการยุบเลิกระบบมณฑล จึงรวมเอาเมืองกมุทธาไสย กุมภวาปี หนองหาน เข้าด้วยกัน มีศูนย์กลางที่บ้านเดื่อหมากแข้ง เป็นเมืองอุดรธานี ใน พ.ศ. 2450 และกลายเป็นจังหวัดอุดรธานีใน พ.ศ. 2476 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง
“อุดรธานี” หนึ่งในเมืองใหญ่ของภาคอีสาน โดย “อุดร” เป็นภาษาบาลี แปลว่า ทิศเหนือ ส่วน “อีสาน” (บาลีเช่นกัน) แปลว่า ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ความหมาย “เมืองเหนือ” ของอุดรธานี จึงไม่เกี่ยวกับ “ภาคเหนือ” ของไทย แต่หมายถึงการเป็น (อดีต) ศูนย์กลางหัวเมืองลาว “ฝ่ายเหนือ” ของสยามครั้งสมัยรัชกาลที่ 5
จากอดีต “หัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ” พัฒนาไปสู่ชื่อบ้านนามเมือง “อุดรธานี” ในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน 133 ปี